ยูนิเซฟเผยถึงเด็กถูกคุกคามการล่วงละเมิดทางเพศ ถึงสาเหตุและวิธีการป้องกัน

ได้มีรายงานชิ้นใหม่ขององค์การยูนิเซฟเกี่ยวกับความรุนแรงต่อเด็กขนาดว่าบางคนโดนตั้งแต่อายุเพียง 1 ปี แถมยังเกิดขึ้นในบริเวณกว้างทั้งบ้าน โรงเรียน ชุมชน ปัญหาเหล่านี้มักเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวของเด็กซึ่งรายงานดังกล่าวมีชื่อว่า A Familiar Face: Violence in the lives of children and adolescents (คนใกล้ตัว: ความรุนแรงในชีวิตของเด็กและวัยรุ่น) โดยรายงานนี้ได้ระบุว่า เด็กอายุ 2-4 ปี จำนวนมากถึง 3 ใน 4 หากเทียบเป็นจำนวนคนราว 300 ล้านคนทั้งโลกโดนพ่อแม่ทำร้ายทั้งด้านร่างกายและจิตใจ มีรายงานเพิ่มเติมอีกว่าเด็กอายุ 1 ปี เกือบ 1 ใน 4 โดนทำโทษด้วยการจับเขย่า เกือบ 1 ใน 10 โดนตบตีที่ใบหน้า ศีรษะ หู รายงานชิ้นนี้ยังระบุด้วยว่าเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 1 ใน 4 หรือประมาณ 176 ล้านคนทั่วโลกได้พักอาศัยอยู่กับแม่ผู้ถูกเป็นเหยื่อแห่งความรุนแรงจากคู่ครอง

รายงานจากยูนิเซฟถึงเด็กผู้ถูกคุกคามด้านการล่วงละเมิดทางเพศทั้งสาเหตุและวิธีป้องกัน

ต้องยอมรับว่าปัญหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศทั้งเด็กชายและหญิงยังคงเป็นปัญหาใหญ่จากรายงานพบว่า เด็กหญิงอายุ 15-19 ปี กว่า 15 ล้านคน โดนบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ไม่ก็ถูกกระทำทางเพศทางใดทางหนึ่ง ส่วนใหญ่ถูกกระทำจากคนรู้จัก แต่มีเพียง 1% ของเด็กเหล่านี้ที่เลือกขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ในประเทศไทยจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขมีการรวบรวมจากศูนย์พึงได้ในโรงพยาบาล 523 แห่ง ทั่งประเทศเมื่อปี 2558 มีเด็ก 11,000 คน หากเทียบเป็นวันก็ตกวันละ 30 คน เข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการจากความรุนแรง ส่วนใหญ่เป็นเด็กสาว จำนวน 9 ใน 10 ถูกกระทำจากบุคคลที่ตนเองรู้จัก ยูนิเซฟเองจึงพยายามเรียกร้องให้รัฐบาลแต่ละประเทศรีบดำเนินการด่วนที่สุดเพื่อต้องการยุติความรุนแรงอันเกิดขึ้นกับเด็ก มีการสนับสนุนแนวปฏิบัติ INSPIRE ได้รับความเห็นชอบจากองค์การอนามัยโลก องค์การยูนิเซฟ และพันธมิตรเพื่อยุติความรุนแรงต่อเด็ก เกิดข้อเสนอแนะดังนี้

  1. สร้างแผนงานระดับชาติในการยุติความรุนแรงต่อเด็ก ที่ประสานเชื่อมโยงทางการศึกษา สวัสดิการด้านสังคม สุขภาพ ความยุติธรรม ชุมชนและตัวของเด็ก
  2. เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใหญ่ จัดการปัจจัยต่างๆ อันทำให้เกิดความรุนแรง เช่น ค่านิยมชอบใช้ความรุนแรง บริการมีการรองรับไม่เพียงพอ
  3. ผลักดันการลดพฤติกรรมรุนแรง ความเหลื่อมล้ำในสังคม จำกัดการเข้าถึงอาวุธ
  4. สร้างระบบการให้บริการทางสังคม ฝึกอบรมนักสังคมสงเคราะห์เพื่อให้คำปรึกษา บำบัดเด็กที่ถูกกระทำจากความรุนแรง
  5. ให้ความรู้กับเด็ก ผู้ปกครอง ครู สมาชิกคนอื่นๆ เพื่อให้ตระหนักในความรุนแรงทุกรูปแบบ
  6. รวบรวมข้อมูลความรุนแรงต่อเด็กให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตรวจสอบ ประเมินผลอย่างเป็นระบบ

ยูนิเซฟ ชี้อิสราเอล มีส่วนซ้ำเติมเลวร้ายแก่เด็กกาซ่าโดยการใช้ความรุนแรง

ยูนิเซฟชี้อิสราเอลใช้ความรุนแรงซ้ำเติมความทุกข์ของเด็กกาซ่า

ปัญหาของฉนวนกาซ่าไม่ใช่แค่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่เท่านั้น เด็กๆ ในฉนวนกาซ่าเองต่างก็ได้รับผลกระทบด้านความรุนแรงไปตามๆ กัน สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความน่าเป็นห่วงของเด็กๆ ทุกคนบนฉนวนกาซ่าถึงขนาดว่าองค์การยูนิเซได้ยกกรณีนี้พูดถึงอิสราเอลในการเลือกใช้ความรุนแรงเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ ความโศกเศร้าของเด็กๆ ในฉนวนกาซ่าเข้าไปอีก

ยูนิเซฟขี้ขัดอิสราเอลเลือกใช้ความรุนแรงตอกย้ำความทุกข์เด็กๆ ในฉนวนกาซ่า

องค์การยูนิเซฟได้มีข้อระบุออกมาว่า กองกำลังความมั่นคงของอิสราเอลได้ทำการสังหารเด็กปาเลสไตน์ไป 5 คน พร้อมยังได้รับบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน ช่วงที่มีการประท้วงอย่างสันติบริเวณฉนวนกาซ่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ด้านของเกียร์ต แคปเปแลเร่ ในฐานผู้อำนวยการของยูนิเซฟประจำภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ระบุว่า ปัญหาการเพิ่มขึ้นของความรุนแรงบริเวณฉนวนกาซ่ายิ่งเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ยากแสนสาหัสของเด็กๆ ในปาเลสไตน์ที่แต่เดิมพวกเขาเองก็อยู่ในสภาพแวดล้อมแสนยากลำบากอยู่แล้วบนพื้นที่อันถูกปิดล้อมมาเป็นเวลานานกว่าสิบปี กว่าครึ่งของเด็กๆ ในฉนวนกาซ่าจำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม อีก 1 ใน 4 จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือดูแลด้านสุขภาพจิต ได้มีผู้แทนพิเศษเข้าเยี่ยมเยียนเด็กชายวัย 14 ปีคนหนึ่ง เขาถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสตรงใกล้ๆ กับหัวใจ บาดแผลดังกล่าวยังส่งผลกระทบทางจิตใจกับเขาด้วย กระนั้นเขาได้บอกว่าหากอาการดีขึ้นในอนาคตเขาอยากเป็นหมอเหมือนคนที่พึ่งช่วยชีวิตเขาเอาไว้

ยูนิเซฟยังได้มีการออกโรงเตือนถึงวิกฤติด้านพลังงานของฉนวนกาซ่ามันส่งกระทบต่อด้านประปาและสุขาภิบาล น้ำดื่มที่ต้องผ่านการกลั่นก็ผลิตได้น้อยลงมาก 9 ใน 10 ของครอบครัวในฉนวนกาซ่าเข้าไม่ถึงน้ำสะอาด จึงมีการเรียกร้องไปยังทุกฝ่ายที่มีอำนาจมากพอให้ช่วยเหลือปกป้องเด็กๆ เหล่านี้ พร้อมกับแยกพวกเขาออกจากเส้นทางแสนโหดร้าย พวกเขาทุกคนควรได้รับการศึกษา มีบ้าน มีสนามเด็กเล่น ไม่ใช่ถูกตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีหรือแม้แต่การมีส่วนร่วมกับความรุนแรง

การชุมนุมประท้วงอย่างสันติครั้งนี้คือต้องการสร้างข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสิทธิของผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในการเดินทางกลับบ้านเกิดของพวกเขาหลังถูกบีบให้ย้ายถิ่นฐานมาตั้งแต่ปี 1948 จากการที่อิสราเอลเข้ามายึดครองดินแดนพวกเขาในตอนนั้น ขณะที่อีกข้อเรียกร้องคือ ให้มีการยุติการปิดล้อมฉนวนกาซ่า ซึ่งปีนี้อิสราเอลได้ทำการปิดล้อมเข้ามาสู่ปีที่ 11 เข้าให้แล้ว