ยูนิเซฟ ชี้อิสราเอล มีส่วนซ้ำเติมเลวร้ายแก่เด็กกาซ่าโดยการใช้ความรุนแรง

ยูนิเซฟชี้อิสราเอลใช้ความรุนแรงซ้ำเติมความทุกข์ของเด็กกาซ่า

ปัญหาของฉนวนกาซ่าไม่ใช่แค่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่เท่านั้น เด็กๆ ในฉนวนกาซ่าเองต่างก็ได้รับผลกระทบด้านความรุนแรงไปตามๆ กัน สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความน่าเป็นห่วงของเด็กๆ ทุกคนบนฉนวนกาซ่าถึงขนาดว่าองค์การยูนิเซได้ยกกรณีนี้พูดถึงอิสราเอลในการเลือกใช้ความรุนแรงเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ ความโศกเศร้าของเด็กๆ ในฉนวนกาซ่าเข้าไปอีก

ยูนิเซฟขี้ขัดอิสราเอลเลือกใช้ความรุนแรงตอกย้ำความทุกข์เด็กๆ ในฉนวนกาซ่า

องค์การยูนิเซฟได้มีข้อระบุออกมาว่า กองกำลังความมั่นคงของอิสราเอลได้ทำการสังหารเด็กปาเลสไตน์ไป 5 คน พร้อมยังได้รับบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน ช่วงที่มีการประท้วงอย่างสันติบริเวณฉนวนกาซ่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ด้านของเกียร์ต แคปเปแลเร่ ในฐานผู้อำนวยการของยูนิเซฟประจำภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ระบุว่า ปัญหาการเพิ่มขึ้นของความรุนแรงบริเวณฉนวนกาซ่ายิ่งเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ยากแสนสาหัสของเด็กๆ ในปาเลสไตน์ที่แต่เดิมพวกเขาเองก็อยู่ในสภาพแวดล้อมแสนยากลำบากอยู่แล้วบนพื้นที่อันถูกปิดล้อมมาเป็นเวลานานกว่าสิบปี กว่าครึ่งของเด็กๆ ในฉนวนกาซ่าจำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม อีก 1 ใน 4 จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือดูแลด้านสุขภาพจิต ได้มีผู้แทนพิเศษเข้าเยี่ยมเยียนเด็กชายวัย 14 ปีคนหนึ่ง เขาถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสตรงใกล้ๆ กับหัวใจ บาดแผลดังกล่าวยังส่งผลกระทบทางจิตใจกับเขาด้วย กระนั้นเขาได้บอกว่าหากอาการดีขึ้นในอนาคตเขาอยากเป็นหมอเหมือนคนที่พึ่งช่วยชีวิตเขาเอาไว้

ยูนิเซฟยังได้มีการออกโรงเตือนถึงวิกฤติด้านพลังงานของฉนวนกาซ่ามันส่งกระทบต่อด้านประปาและสุขาภิบาล น้ำดื่มที่ต้องผ่านการกลั่นก็ผลิตได้น้อยลงมาก 9 ใน 10 ของครอบครัวในฉนวนกาซ่าเข้าไม่ถึงน้ำสะอาด จึงมีการเรียกร้องไปยังทุกฝ่ายที่มีอำนาจมากพอให้ช่วยเหลือปกป้องเด็กๆ เหล่านี้ พร้อมกับแยกพวกเขาออกจากเส้นทางแสนโหดร้าย พวกเขาทุกคนควรได้รับการศึกษา มีบ้าน มีสนามเด็กเล่น ไม่ใช่ถูกตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีหรือแม้แต่การมีส่วนร่วมกับความรุนแรง

การชุมนุมประท้วงอย่างสันติครั้งนี้คือต้องการสร้างข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสิทธิของผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในการเดินทางกลับบ้านเกิดของพวกเขาหลังถูกบีบให้ย้ายถิ่นฐานมาตั้งแต่ปี 1948 จากการที่อิสราเอลเข้ามายึดครองดินแดนพวกเขาในตอนนั้น ขณะที่อีกข้อเรียกร้องคือ ให้มีการยุติการปิดล้อมฉนวนกาซ่า ซึ่งปีนี้อิสราเอลได้ทำการปิดล้อมเข้ามาสู่ปีที่ 11 เข้าให้แล้ว

ผลกระทบต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ และเรื่องร้ายๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

แม้รู้กันดีว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเครื่องดื่มเปลี่ยนนิสัยแต่มันเหมือนกับว่าเป็นของคู่กันกับคนที่รักในความสนุกสนานครื้นเครงที่เลือกดื่มเข้าไปในกระแสเลือด น่าแปลกที่มีแต่คนบอกว่ารสชาติของมันไม่ได้เอร็ดอร่อยแต่กลับมีคนจำนวนมากเลือกซื้อมาดื่มกัน จะสุข เศร้า เราก็มักเห็นคนดื่มแอลกอฮอล์กันเป็นเรื่องปกติ คือถ้าดื่มเฉยๆ นิดหน่อยพอเป็นพิธีมันก็ดีไป แต่ถ้าหากดื่มในระยะเวลายาวนานมากๆ มันย่อมส่งผลกระทบมากมาย

ผลกระทบด้านสุขภาพ

  1. โรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ – ยิ่งดื่มมากยิ่งมีโอกาสเป็นสูง รวมไปถึงโรคหลอดเลือดสมองด้วย คนที่ดื่มมากกว่า 8 หน่วย มีโอกาสเป็นมากกว่าคนทั่วไป 2 เท่าตัวทีเดียว
  2. การทำงานต่อสมอง – จะมีปัญหาด้านความคิด ความจำ หากดื่มเป็นประจำจะทำให้สมองฝ่อ คนสูงอายุจะมีปัญหาเรื่องการทรงตัว
  3. น้ำหนักเกินมาตรฐาน – เบียร์ 1 แก้วให้พลังงาน 95 กิโลแคลอรี นั่นพอยิ่งอ้วนมากขึ้นเท่าไหร่โอกาสเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
  4. โรคตับ – การดื่มเป็นประจำทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างกับตับ เช่น ไขมันจับที่ตับ, ตับอักเสบ, ตับแข็ง และมะเร็งตับ แต่ละโรคนับว่าอันตรายต่อการใช้ชีวิตของทุกคนเป็นอย่างยิ่ง
  5. มะเร็งในส่วนอื่นๆ – มะเร็งปาก, มะเร็งทางเดินอาหาร, มะเร็งตับอ่อน, มะเร็งลำคอ เป็นต้น
  6. ระบบทางเดินอาหารมีปัญหา – คนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำโดยไม่ชอบทานอาหารจะก่อให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบ บางคนกระเพาะทะลุก็มี
  7. พิษสุราเรื้อรัง – คนที่ดื่มเป็นประจำมีความเสี่ยงในการเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังสูงมากๆ
  8. กล้ามเนื้อกับกระดูก – คนดื่มสุราเป็นเวลานานมีโอกาสกระดูกพรุน โรคกล้ามเนื้อลีบ

ผลกระทบด้านความรุนแรง

ทั้งการเกิดความเครียดของคนในครอบครัว นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุสำคัญในการใช้ความรุนแรงต่อผู้อื่นเนื่องจากขาดสติ ไม่ว่าจะเป็นทำร้ายร่างกาย, กระทำชำเราเด็ก ผู้หญิง, ปล้นจี้ชิงทรัพย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นำไปสู่อาชญากรรมของสังคมเอาได้ง่ายๆ ยิ่งดื่มหนักเท่าไหร่โอกาสในการยับยั้งชั่งใจให้ทำสิ่งไม่ดีก็มีน้อยลงไปเท่านั้น หรือบางคนอาจไม่ได้ใช้ความรุนแรงกับผู้อื่นก็อาจใช้ความรุนแรงกับตัวเอง เช่น ทำร้ายตัวเองให้บาดเจ็บ, ฆ่าตัวตาย

ผลกระทบด้านอุบัติเหตุ

คนที่ดื่มสุราจะมีความสามารถในการขับขี่ลดลง ขาดสติ บังคับตนเองไม่ได้ เพราะสุราไปออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท สายตาพร่ามัวลง สมองคิดช้า สั่งการช้า บางคนหลับใน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีโอกาสให้เกิดอุบัติเหตุพร้อมความเสียหายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวบุคคล ทรัพย์สิน ตามมาอีกมากมายทั้งของคนเองและผู้อื่น

ผลกระทบและความรุนแรงของคนในครอบครัว

สถาบันครอบครัวอาจเป็นสถาบันขนาดเล็กที่สุดของสังคมแต่มันคือสถาบันที่มีความสำคัญมากที่สุดเช่นกัน เราทุกคนเมื่อเกิดมาก็ต้องมีครอบครัวเป็นของตนเองผู้ที่อาศัยในครอบครัวจะเป็นคนที่คอยบอก คอยสั่งสอนในเรื่องต่างๆ ให้เราเติบโตขึ้นมาเป็นคนมีคุณภาพของสังคม นี่คือพื้นฐานหลักที่ทุกๆ ครอบครัวจำเป็นต้องทำแต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้จะเกิดขึ้นเหมือนกันหมด บางครอบครัวแทนที่จะดูแลเอาใจใส่อย่างอบอุ่นกลายเป็นว่ามีความรุนแรงจนทำให้เด็กในครอบครัวค่อยๆ ซึมซับสิ่งเหล่านี้ไปทีละเล็กทีละน้อย พ่อแม่หรือคนในบ้านอาจไม่ได้รู้สึกว่ามันมีปัญหาอะไรตอนนี้แต่ในอนาคตรับรองได้ว่าจะส่งผลกระทบรุนแรงแบบคาดไม่ถึงแน่นอน

ผลกระทบอันเกิดจากความรุนแรงในครอบครัว

ความรุนแรงในครอบครัวถือเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นถือเป็นภัยเงียบอันแสนน่ากลัว เป็นภัยต่อชีวิต เป็นพิษต่อสังคมสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้บ่อยมาก เช่น การลงโทษเด็กด้วยความรุนแรง เช่น ตีจนเลือดออก, เตะ, ต่อยคล้ายการทำร้ายร่างกาย การข่มขู่ด้วยอารมณ์ ใช้คำพูดหยาบคาย เหน็บแนม เพื่อให้เด็กรู้สึกกลัวหรืออาย, ปัญหาความขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้งกันของพ่อแม่หรือบุคคลในครอบครัวส่งผลให้เด็กมองเห็นว่าปัญหาต่างๆ ตัดสินด้วยความรุนแรง ส่งผลให้เกิดภาพจำในความคิดติดตัวไปจนโต สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบทางด้านจิตใจทั้งสิ้น ซึ่งผลกระทบที่เกิดจากความรุนแรงในครอบครัวสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ระยะ คือ
1. ผลกระทบในระยะสั้น – หากเด็กในครอบครัวนั้นยังเป็นเด็กเล็กอยู่เขาจะมีอาการหงุดหงิด เลี้ยงยาก ไม่มีความสุข เกิดอาการหวาดกลัวเมื่อบุคคลที่เคยลงโทษเข้ามาอยู่ใกล้ ซึม เหงาหงอย ไม่ออกไปเล่นตามประสาเด็ก ไม่ร่าเริง โกรธง่าย ชอบมองผู้อื่นในด้านลบ เก็บอาการโกรธไม่ค่อยอยู่ ชอบใช้ความรุนแรงกับสิ่งรอบข้างไม่ว่าจะเป็นเพื่อน สัตว์ สิ่งของ ส่วนเด็กโตจะหงุดหงิดง่าย ไม่อยากอยู่บ้าน ไม่อยากเรียน ชอบขัดคำสั่งครู ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเหมาะสม ผลการเรียนแย่ลงเรื่อยๆ
2. ผลกระทบในระยะยาว – สำหรับเด็กที่ต้องพบเจอกับความรุนแรงในครอบครัวมาตลอดในระยะยาวต้องบอกเลยว่าเขาจะสร้างปัญหาให้กับสังคม มองว่าความก้าวร้าวรุนแรงคือเรื่องปกติ มีความคิดเชิงลบกับทุกสิ่ง มีแนวคิดต่อต้านสังคม ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ในท้ายที่สุดอาจทำให้เขาต้องกลายเป็นคนไม่ดีในสังคมได้เพราะปัญหาความรุนแรงที่สั่งสมมานาน
การใช้ความรุนแรงไม่ว่าใครมันย่อมไม่ใช่เรื่องดี ท้ายที่สุดความรุนแรงจะยิ่งสร้างปัญหาให้กับสังคมในระยะยาวจนยากเกินเยียวยา ท้ายที่สุดก็ต้องทำผิดกฎหมาย

ปัญหาและความรุนแรงของวัยรุ่นในปัจจุบัน

วัยรุ่นถือเป็นช่วงวัยที่อาจบอกได้ว่ามีความเปลี่ยนแปลงมากที่สุดของช่วงชีวิตคนๆ หนึ่ง ทั้งในเรื่องของสภาพร่างกาย อุปนิสัยใจคอ สิ่งเหล่านี้มีอิทธิพลหลายประการที่ทำให้คนๆ หนึ่งที่กำลังเปลี่ยนจากวัยเด็กก้าวมาสู่ความเป็นผู้ใหญ่ต่างต้องพบเจอ บางคนเจอสิ่งดีๆ มีความคิดดีๆ ก็เติบโตมาในสภาพสังคมเหมาะสม แต่บางคนอาจพบเจออะไรรุนแรงโหดร้าย บวกกับนิสัยส่วนตัวทำให้กลายเป็นคนที่สังคมยังไม่ค่อยยอมรับก็มีถมไป ปัญหาหนึ่งที่วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยต้องเจอคือปัญหาด้านความรุนแรงในวัยรุ่น เป็นเรื่องที่แม้จะรู้ดีว่ามันไม่เหมาะสมแต่ช่วงวัยรุ่นยังคงต้องพบเจอกับเรื่องราวแบบนี้กันบ่อยๆ

ประเภทความรุนแรงในวัยรุ่น

1. ความรุนแรงต่อตนเอง – เป็นความตั้งใจหรือเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลให้เกิดอันตรายขึ้นกับตนเองในท้ายที่สุดเรื่องนี้อาจนำไปสู่การทำร้ายร่างกาย การฆ่าตัวตายได้
2. ความรุนแรงต่อบุคคล – เป็นความรุนแรงจากการกระทำของบุคคลหนึ่งให้เกิดขึ้นกับอีกบุคคลหนึ่ง เราสามารถเรียกว่าเป็น ผู้คุกคามกับผู้ถูกคุกคามหรือเหยื่อก็ได้ บางครั้งอาจเรียกว่า ผู้กระทำกับผู้ถูกกระทำ นี่ถือเป็นความรุนแรงขนาดใหญ่ของสังคม

ปัญหาความรุนแรงในวัยรุ่น

1. การก่ออาชญากรรมด้วยการใช้ความรุนแรง – ทั้งการปล้น จี้ ชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย ข่มขืน กระทำชำเราผู้อ่อนแอกว่า สิ่งเหล่านี้คือความรุนแรงทางด้านอาชญากรรมที่วัยรุ่นคิดน้อยบางคนเลือกทำ ผลของการกระทำดังกล่าวถือเป็นคดีอาญาก่อให้เกิดผลเสียหลายด้านทั้งผู้กระทำคือคนเองมีผลกระทบต่อร่างกาย จิตใจ บุคคลรอบข้าง ส่วนผู้ถูกกระทำเองก็ไม่ต่างกัน
2. การใช้อาวุธ – มีด, ปืน, ดาบ ฯลฯ เหตุผลคือต้องการทำร้ายร่างกายเพื่อให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จะส่งผลกระทบทั้งต่อตนเองและคนอื่นๆ ได้อย่างชัดเจนมาก
3. การใช้ความรุนแรงของกลุ่มวัยรุ่นระหว่างสถาบัน – เรามักพบเจอได้บ่อยๆ อย่างกรณีการยกพวกตีกัน, การมีปัญหากันระหว่างเข้าชมคอนเสิร์ต, การดักรอทำร้ายคู่อริอีกฝ่าย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คือปัญหาที่พบได้บ่อยมากสำหรับวัยรุ่นแทบทุกยุคทุกสมัย ยิ่งไปกว่านั้นยุคปัจจุบันไม่ใช่แค่กลุ่มวัยรุ่นชายอีกต่อไปเพราะกลุ่มวัยรุ่นหญิงเองก็มีปัญหาไม่น้อยเหมือนกัน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก่อให้เกิดความเสียหายหลายด้านทั้งชีวิต, ทรัพย์สิน สร้างความเดือดร้อนให้กับคนทั่วไป บางคนโดนลูกหลงจนชีวิตต้องเปลี่ยนไปก็มีให้พบเห็นมากมาย
ปัญหาความรุนแรงในวัยรุ่นแท้จริงมันไม่ใช่วิธีการตัดสินใจอันถูกต้อง กลับกันมันดันสร้างความเดือดร้อนให้กับทุกๆ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือแม้แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยก็ตามที การจะหยุดปัญหาเหล่านี้ได้สิ่งสำคัญคือตัววัยรุ่นก่อนหากยับยั้งชั่งใจ มองเห็นปัญหาสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นกับวัยรุ่นทุกคน

สยอง!!! ยามเนิร์สเซอรี่เผาเด็กทั้งเป็นดับ 4 ราย และครูอีก 1 คน ดับ 1 สาหัส 4 ราย ที่บราซิล

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ยามรักษาความปลอดภัย ณ โรงเรียนเนอร์สเซอรีแห่งหนึ่งในประเทศบราซิล เกิดอาการคลุ้มคลั่ง คว้าแอลกอฮอล์ราดใส่เด็กเล็กและครูก่อนจุดไฟเผาอย่างไม่ลังเล ในวันที่ 5 ตุลาคม 2560 เป็นเหตุให้เด็ก 4 คนและครู 1 คนเสียชีวิต นอกจากนี้ยังมีคนถูกไฟคลอกบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก

Brazil shock! The nursery school burned the children as 4 fire

โดยยามผู้ก่อเหตุดังกล่าวมีอาการทางจิต และเขาก็ถูกไฟคลอกเสียชีวิตด้วยเช่นกัน เหตุอันน่าเศร้าครั้งนี้เกิดขึ้น ณ เมือง Janauba มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ  700,000 คน โดยอยู่ห่างจาก  Belo Horizonte ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่อันดับ 6 ของบราซิล ขึ้นไปทางเหนือประมาณ 600 กิโลเมตร นายกเทศมนตรีแห่งเมือง Janauba ได้ประกาศไว้ทุกข์ทั่วเมืองเป็นเวลา 7 วัน

เช้าวันที่ 5 ตุลาคม 2560  มีเด็ก 4 คน และครูอีก 1 คน ถูกไฟคลอกจนเสียชีวิต หลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำเนอร์สเซอรีราดแอลกอฮอล์ใส่พวกเขา และตนเองด้วยก่อนจะจุดไฟเผาด้วยความโหดเหี้ยม  โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลประจำท้องถิ่น เล่าว่า มีผู้บาดเจ็บถูกส่งเข้ามารักษาประมาณ 50 คน แต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถบ่งบอกอาการแน่ชัดได้  ส่วนยาม ก็ถูกไฟคลอกทั้งตัวเช่นเดียวกัน ต่อมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในอีกหลายชั่วโมงให้หลัง ขณะเกิดเหตุมีเด็กเล็ก ติดอยู่ที่เนอร์สเซอรี่ประมาณ 80 คน จึงทำให้พ่อ-แม่ผู้ปกครองรีบพากันแห่มารับบุตรหลานเพราะเกรงอันตราย ส่วนโรงเรียนก็ถูกไฟไหม้จนเกิดความเสียหายอย่างหนัก ทั้งนี้ตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านยามคนดังกล่าว รวมทั้งสอบถามสมาชิกในครอบครัวเพื่อหามูลเหตุจูงใจในก่อคดีในครั้งนี้  ซึ่งล่าสุดผู้กำกับการตำรวจให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Hoje em Dia ว่า ยามผู้นี้มีอาการป่วยทางจิตมาตั้งแต่ปี 2014 อีกทั้งยังพบขวดบรรจุแอลกอฮอล์จำนวนมากที่บ้านของเขา โดยเขาทำงานเป็นยามที่เนอร์สเซอรีแห่งนี้มานานกว่า 8 ปี  อีกทั้งยังไม่เคยเข้ามายุ่งกับเด็กๆ จึงไม่มีใครได้เอ๊ะใจอะไร ว่าจะเกิดเหตุโหดเหี้ยมเช่นนี้

Brazil shock! The nursery school burned

ซึ่งห้องที่อยู่ติดกันคือห้องเด็กอ่อน ถ้าเกิดเหตุที่ห้องนี้การอพยพก็จะทำได้ยาก แต่ในห้องนี้มีเด็กโตพอสมควร จึงทำให้หลายคนสามารถหนีเอาตัวรอดได้

ทั้งนี้ประธานาธิบดี Michel Temer แห่งประเทศบราซิลได้โพสต์ข้อความเพื่อแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านTwitter โดยระบุว่า ผมมีความเศร้าใจเป็นอย่างยิ่งกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นใน Janauba รวมทั้งขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวของพวกเขาด้วย

สำหรับครอบครัวของผู้เสียชีวิตไม่ว่าจะทั้งเด็กๆหรือครูก็คงต้องใช้กำลังใจมหาศาลเพื่อยอมรับกับเรื่องนี้ให้ได้